ForexVue

อภิธานศัพท์การเทรด Forex

คำอธิบายชัดเจนและใช้งานได้จริงสำหรับทุกคำศัพท์การเทรด Forex ที่คุณต้องรู้ เรียกดูตามหมวดหมู่หรือค้นหาคำศัพท์ที่ต้องการ

195+ คำศัพท์ · 11 หมวดหมู่ · Updated 2026

A

Abandoned Baby

รูปแบบ 3 แท่งเทียนกลับตัวที่หายาก มี gap ทั้งก่อนและหลังแท่งกลาง (doji) เป็นสัญญาณที่แรงมาก

Accumulation (การสะสม)

ช่วงที่นักลงทุนรายใหญ่ค่อยๆ สะสมสถานะซื้อโดยไม่ทำให้ราคาขึ้น มักเกิดหลังแนวโน้มขาลง

Accumulation/Distribution (A/D)

อินดิเคเตอร์ volume ที่วัดการสะสม (ซื้อ) และกระจาย (ขาย) ของสินทรัพย์ ใช้ยืนยันแนวโน้ม

All or None (AON)

คำสั่งที่ต้อง fill ครบจำนวนทั้งหมดหรือไม่ fill เลย คล้าย FOK แต่ไม่จำเป็นต้อง fill ทันที

Alligator Indicator

ระบบ moving average 3 เส้นของ Bill Williams ที่จำลองพฤติกรรม "จระเข้" กิน นอน ตื่น

Aroon Indicator

อินดิเคเตอร์ที่วัดเวลาตั้งแต่ราคาสูงสุด/ต่ำสุดล่าสุด ใช้ระบุแนวโน้มและความแรง ค่า 0-100

Ascending Channel (ช่องราคาขาขึ้น)

ช่องทางราคาที่เกิดจากเส้นแนวรับและแนวต้านขนานกันเฉียงขึ้น ราคาเคลื่อนไหวภายในช่อง

Ascending Triangle (สามเหลี่ยมขาขึ้น)

รูปแบบกราฟต่อเนื่องขาขึ้นที่มีแนวต้านแนวนอนและแนวรับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ มักทะลุขึ้น

Asymmetric Slippage

สถานการณ์ที่ slippage เชิงลบ (ราคาแย่ลง) เกิดบ่อยกว่า slippage เชิงบวก (ราคาดีขึ้น) อาจบ่งชี้ว่าโบรกเกอร์ไม่เป็นธรรม

Average Directional Index (ADX)

อินดิเคเตอร์ที่วัดความแรงของแนวโน้ม ไม่บอกทิศทาง ค่า 0-100 เหนือ 25 = แนวโน้มแรง ต่ำกว่า 20 = ไม่มีแนวโน้ม

Average True Range (ATR)

อินดิเคเตอร์ที่วัดความผันผวนเฉลี่ยของราคาในช่วงเวลาที่กำหนด ใช้กำหนดระยะ stop loss และ take profit

Awesome Oscillator (AO)

ออสซิลเลเตอร์โมเมนตัมของ Bill Williams คำนวณจาก SMA 5 ลบ SMA 34 ของราคากลาง (median price)

B

Bank of Canada (BOC)

ธนาคารกลางแคนาดา กำหนดอัตราดอกเบี้ย overnight rate ส่งผลต่อ CAD

Bank of England (BOE)

ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร กำหนดอัตราดอกเบี้ย Bank Rate ส่งผลต่อ GBP

Bank of Japan (BOJ)

ธนาคารกลางญี่ปุ่น รู้จักในนโยบายดอกเบี้ยต่ำมากและ yield curve control ส่งผลต่อ JPY

Bear Flag (ธงขาลง)

รูปแบบต่อเนื่องขาลง: การพักตัวขึ้นเล็กน้อยหลังการลงอย่างรวดเร็ว ก่อนลงต่อ

Bearish Engulfing (กลืนขาลง)

รูปแบบแท่งเทียน 2 แท่งที่แท่งขาลง (แดง) กลืนแท่งขาขึ้น (เขียว) ก่อนหน้า สัญญาณกลับตัวขาลง

Bid-Ask Spread

ส่วนต่างระหว่างราคา bid และ ask มีความหมายเดียวกับ spread ในตลาด Forex

Bollinger Bands (แถบโบลินเจอร์)

อินดิเคเตอร์ที่ใช้ SMA กับแถบบน/ล่างที่ห่าง 2 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน วัดความผันผวนและระบุภาวะ overbought/oversold

Breakdown (ทะลุลง)

การที่ราคาเคลื่อนผ่านระดับแนวรับลงมา ตรงข้ามกับ breakout บ่งชี้แรงขายรุนแรง

Breakout (ทะลุขึ้น)

การที่ราคาเคลื่อนผ่านระดับแนวต้านหรือรูปแบบกราฟที่สำคัญ มักมาพร้อม volume ที่เพิ่มขึ้น

Broadening Formation

รูปแบบกราฟที่เส้นแนวรับและแนวต้านแยกออกจากกัน ตรงข้ามกับสามเหลี่ยม แสดงความผันผวนที่เพิ่มขึ้น

Bull Flag (ธงขาขึ้น)

รูปแบบต่อเนื่องขาขึ้น: การพักตัวเล็กน้อยหลังการขึ้นอย่างรวดเร็ว (flagpole) ก่อนขึ้นต่อ

Bullish Belt Hold

แท่งเทียนขาขึ้นยาวที่เปิดที่จุดต่ำสุดของแท่ง (ไม่มีไส้ล่าง) พบหลังขาลงเป็นสัญญาณกลับตัว

Bullish Engulfing (กลืนขาขึ้น)

รูปแบบแท่งเทียน 2 แท่งที่แท่งขาขึ้น (เขียว) กลืนแท่งขาลง (แดง) ก่อนหน้า สัญญาณกลับตัวขาขึ้น

C

Camarilla Pivot Points

รูปแบบ pivot points ที่มี 8 ระดับ (S1-S4, R1-R4) เน้นการเทรดภายในกรอบที่แคบกว่า standard pivot

Chaikin Oscillator

ออสซิลเลเตอร์ volume ที่วัดโมเมนตัมของ Accumulation/Distribution Line ใช้ยืนยันแรงซื้อ/ขาย

Chart Pattern (รูปแบบกราฟ)

รูปแบบทางเรขาคณิตที่เกิดขึ้นบนกราฟราคา ใช้คาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต

Commodity Channel Index (CCI)

ออสซิลเลเตอร์ที่วัดราคาปัจจุบันเทียบกับค่าเฉลี่ย ค่าเหนือ +100 = overbought ต่ำกว่า -100 = oversold

Consolidation (พักตัว)

ช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบหลังจากมีแนวโน้มชัด แสดงการสะสมก่อนเคลื่อนไหวครั้งต่อไป

Contract Size (ขนาดสัญญา)

จำนวนหน่วยของสินทรัพย์อ้างอิงในหนึ่งสัญญา ใน Forex หนึ่ง standard lot มีขนาดสัญญา 100,000 หน่วย

Convergence (คอนเวอร์เจนซ์)

เมื่ออินดิเคเตอร์เคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคา ยืนยันว่าแนวโน้มยังแข็งแกร่ง

Correlation (สหสัมพันธ์)

การวัดว่าคู่สกุลเงินสองคู่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงข้ามกันมากน้อยเพียงใด

Cost of Carry (ต้นทุนถือสถานะ)

ต้นทุนในการถือสถานะข้ามคืน รวมถึง swap ค่าธรรมเนียม และค่าเสียโอกาส

Cross Pair (คู่ข้าม)

คู่สกุลเงินที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐ เทรดโดยตรงโดยไม่ต้องแปลงผ่าน USD มีความหมายเดียวกับคู่รอง

Cup and Handle (ถ้วยและหู)

รูปแบบกราฟต่อเนื่องขาขึ้นรูปถ้วย ตามด้วยการพักตัวเล็กน้อย (หู) ก่อน breakout ขึ้น

D

Daily Cut-off (เวลาตัดยอดรายวัน)

เวลาที่ถือเป็นการสิ้นสุดวันเทรดในตลาด Forex มักเป็น 17:00 New York (04:00 เวลาไทย)

Dark Cloud Cover (เมฆปกคลุม)

รูปแบบ 2 แท่งเทียนกลับตัวขาลง: แท่งขาขึ้นยาวตามด้วยแท่งขาลงที่ปิดต่ำกว่าจุดกลางของแท่งแรก

Descending Channel (ช่องราคาขาลง)

ช่องทางราคาที่เกิดจากเส้นแนวรับและแนวต้านขนานกันเฉียงลง

Descending Triangle (สามเหลี่ยมขาลง)

รูปแบบกราฟต่อเนื่องขาลงที่มีแนวรับแนวนอนและแนวต้านที่ต่ำลงเรื่อยๆ มักทะลุลง

Detrended Price Oscillator (DPO)

ออสซิลเลเตอร์ที่กำจัดแนวโน้มออกจากราคา เพื่อระบุรอบวงจร (cycles) ของราคา

Diamond (เพชร)

รูปแบบกราฟกลับตัวที่หายาก รวม broadening formation ตามด้วย symmetrical triangle สร้างรูปเพชร

Divergence (ไดเวอร์เจนซ์)

เมื่ออินดิเคเตอร์เคลื่อนไหวไม่ตรงกับราคา เช่น ราคาทำ high ใหม่แต่ RSI ไม่ทำ high ใหม่ สัญญาณกลับตัว

Diversification (การกระจายความเสี่ยง)

การกระจายการเทรดไปหลายสินทรัพย์หรือคู่สกุลเงินที่ไม่สัมพันธ์กัน เพื่อลดความเสี่ยงโดยรวม

Doji (โดจิ)

แท่งเทียนที่ราคาเปิดและปิดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน แสดงความไม่แน่ใจของตลาด อาจเป็นสัญญาณกลับตัว

Donchian Channel

อินดิเคเตอร์ที่แสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วง n แท่งเทียน ใช้ใน Turtle Trading System ที่โด่งดัง

Double Bottom (ดับเบิลบอตทอม)

รูปแบบกลับตัวขาขึ้นที่ราคาทดสอบแนวรับเดิมสองครั้งแล้วไม่ทะลุ มีรูปตัว W

Double Top (ดับเบิลท็อป)

รูปแบบกลับตัวขาลงที่ราคาทดสอบแนวต้านเดิมสองครั้งแล้วไม่ผ่าน มีรูปตัว M

Dow Theory (ทฤษฎีดาว)

ทฤษฎีพื้นฐานของ technical analysis ที่กำหนดหลักการเรื่องแนวโน้มตลาด สร้างโดย Charles Dow

Downtrend (แนวโน้มขาลง)

แนวโน้มที่ราคาทำ high ต่ำลงและ low ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ใช้กลยุทธ์ขาย (short) ตามแนวโน้ม

Dragonfly Doji (แมลงปอ)

Doji ที่มีไส้ล่างยาวและไม่มีไส้บน ราคาเปิด = ปิด = สูงสุด เป็นสัญญาณกลับตัวขาขึ้นเมื่อพบหลังขาลง

Drawdown (การลดลงจากจุดสูงสุด)

การลดลงของยอดเงินในบัญชีจากจุดสูงสุดก่อนหน้า วัดเป็นเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนเงิน

E

Elliott Wave Theory (ทฤษฎีคลื่นเอลเลียต)

ทฤษฎีที่ว่าราคาเคลื่อนไหวเป็นคลื่น 5 คลื่นตามแนวโน้ม + 3 คลื่นสวนแนวโน้ม สะท้อนจิตวิทยาฝูงชน

Equity (เงินทุนสุทธิ)

มูลค่าจริงของบัญชีเทรด ณ ปัจจุบัน = ยอดคงเหลือ + กำไร/ขาดทุนลอยตัว

European Central Bank (ECB)

ธนาคารกลางของยูโรโซน กำหนดนโยบายการเงินสำหรับ 20 ประเทศที่ใช้เงินยูโร

Evening Doji Star

รูปแบบ evening star ที่แท่งกลางเป็น doji แทนแท่งเล็ก สัญญาณกลับตัวขาลงที่แรงกว่า evening star ปกติ

Evening Star (ดาวค่ำ)

รูปแบบ 3 แท่งเทียนกลับตัวขาลง: แท่งขาขึ้นยาว + แท่งเล็ก (gap ขึ้น) + แท่งขาลงยาว

Execution Speed (ความเร็วการดำเนินการ)

ระยะเวลาตั้งแต่ส่งคำสั่งจนถูกดำเนินการ โบรกเกอร์ที่ดีมี execution speed ต่ำกว่า 100 มิลลิวินาที

Exponential Moving Average (EMA)

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถ่วงน้ำหนัก ให้น้ำหนักมากกับราคาล่าสุด ตอบสนองต่อราคาเร็วกว่า SMA

Exposure (ความเสี่ยงรวม)

มูลค่ารวมของสถานะทั้งหมดที่เปิดอยู่ในตลาด ยิ่ง exposure สูง ยิ่งเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงราคา

F

Fakeout (หลอก)

การที่ราคาทะลุแนวรับ/ต้านชั่วคราวแล้วกลับตัว ดึงเทรดเดอร์เข้าไปผิดทาง เรียกอีกชื่อว่า false breakout

Falling Three Methods

รูปแบบต่อเนื่องขาลง 5 แท่ง: แท่งขาลงยาว + 3 แท่งเล็กขาขึ้น + แท่งขาลงยาว ยืนยันแนวโน้มขาลง

Federal Reserve (เฟด)

ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) กำหนดนโยบายการเงินผ่าน FOMC มีอิทธิพลมากที่สุดต่อตลาด Forex

Fibonacci Arcs

เส้นโค้งครึ่งวงกลมที่วาดจากจุดต่ำไปจุดสูงโดยใช้อัตราส่วน Fibonacci ผสมราคากับเวลา

Fibonacci Channel

ช่องทางราคาที่ใช้อัตราส่วน Fibonacci กำหนดเส้นขนานเพิ่มเติมจากช่องทางหลัก

Fibonacci Ellipse

วงรีที่ใช้อัตราส่วน Fibonacci กำหนดขนาด ใช้ในการวิเคราะห์ราคาและเวลาขั้นสูง

Fibonacci Extension

เครื่องมือที่ใช้อัตราส่วน Fibonacci กำหนดเป้าหมายราคาหลัง breakout ระดับหลัก: 127.2%, 161.8%, 261.8%

Fibonacci Fan

เส้นเฉียงที่วาดจากจุดต่ำไปจุดสูงโดยใช้อัตราส่วน Fibonacci ใช้เป็นแนวรับ/ต้านแบบไดนามิก

Fibonacci Pivot Points

รูปแบบ pivot points ที่ใช้อัตราส่วน Fibonacci (38.2%, 61.8%, 100%) ในการคำนวณระดับแนวรับ/ต้าน

Fibonacci Retracement

เครื่องมือทางเทคนิคที่ใช้อัตราส่วน Fibonacci (23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, 78.6%) ระบุระดับพักตัวที่เป็นไปได้

Fibonacci Spiral

เส้นวงก้นหอยที่ขยายตามอัตราส่วน Fibonacci ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคขั้นสูง

Fibonacci Time Projection

เครื่องมือที่ใช้อัตราส่วน Fibonacci คาดการณ์เวลาที่การเคลื่อนไหวราคาจะเสร็จสิ้น

Fibonacci Time Zones

เส้นแนวตั้งที่วางตามลำดับ Fibonacci (1, 2, 3, 5, 8, 13, 21...) เพื่อคาดการณ์จุดเปลี่ยนแนวโน้มตามเวลา

Fill or Kill (FOK)

คำสั่งที่ต้องดำเนินการทั้งหมดทันทีหรือยกเลิกทั้งหมด ไม่ยอมรับการดำเนินการบางส่วน

Floating P/L (กำไร/ขาดทุนลอยตัว)

กำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่ได้รับรู้จากสถานะที่ยังเปิดอยู่ จะกลายเป็น realized P/L เมื่อปิดสถานะ

Force Index

ออสซิลเลเตอร์ที่ผสมราคา ทิศทาง และ volume เพื่อวัดพลังของผู้ซื้อ/ขาย

Forex (ฟอเร็กซ์)

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณซื้อขายมากกว่า $7.5 ล้านล้านต่อวัน

Free Margin (มาร์จินว่าง)

จำนวนเงินในบัญชีที่ยังไม่ได้ถูกใช้เป็นมาร์จิน สามารถใช้เปิดสถานะใหม่หรือรองรับขาดทุนลอยตัว

H

Hammer (ค้อน)

แท่งเทียนกลับตัวขาขึ้นที่มีตัวแท่งเล็กอยู่ด้านบนและไส้ล่างยาว พบที่จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง

Hanging Man (คนแขวน)

แท่งเทียนกลับตัวขาลงที่มีรูปร่างเหมือน hammer แต่พบที่จุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้น

Harami (ท้อง)

รูปแบบ 2 แท่งเทียนที่แท่งที่สองมีตัวแท่งเล็กอยู่ภายในตัวแท่งใหญ่ของแท่งแรก อาจเป็นสัญญาณกลับตัว

Head and Shoulders (หัวไหล่)

รูปแบบกราฟกลับตัวขาลงที่มี 3 ยอด: ยอดซ้าย (ไหล่), ยอดกลาง (หัว) สูงสุด, ยอดขวา (ไหล่) เส้นคอ (neckline) คือแนวรับ

Hedging (การป้องกันความเสี่ยง)

การเปิดสถานะตรงข้ามเพื่อลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวราคาที่ไม่พึงประสงค์

Heikin Ashi

กราฟแท่งเทียนแบบดัดแปลงที่ใช้ค่าเฉลี่ยในการคำนวณ ช่วยระบุแนวโน้มได้ง่ายขึ้นโดยกรอง noise

Historical Volatility (HV)

การวัดความผันผวนจากข้อมูลราคาในอดีต คำนวณจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลตอบแทนรายวัน

I

Ichimoku Cloud (อิชิโมกุ)

ระบบอินดิเคเตอร์ครบวงจรจากญี่ปุ่นที่แสดงแนวรับ/แนวต้าน แนวโน้ม โมเมนตัม และสัญญาณซื้อ/ขายในที่เดียว

Immediate or Cancel (IOC)

คำสั่งที่ต้องดำเนินการทันที ส่วนที่ไม่ได้ fill จะถูกยกเลิก ยอมรับการ fill บางส่วน

Implied Volatility (IV)

การวัดความผันผวนที่ตลาดคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต สะท้อนจากราคาออปชัน

Inside Bar (แท่งภายใน)

แท่งเทียนที่ทั้ง high และ low อยู่ภายในช่วงของแท่งก่อนหน้า แสดงการพักตัวก่อน breakout

Intermarket Analysis

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดต่างๆ เช่น ค่าเงิน หุ้น พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์

Inverse Head and Shoulders (หัวไหล่กลับหัว)

รูปแบบกราฟกลับตัวขาขึ้น ตรงข้ามกับ head and shoulders มี 3 จุดต่ำ: ไหล่ซ้าย, หัว (ต่ำสุด), ไหล่ขวา

Inverted Hammer (ค้อนกลับหัว)

แท่งเทียนกลับตัวขาขึ้นที่มีตัวแท่งเล็กอยู่ด้านล่างและไส้บนยาว พบที่จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง

M

MACD (Moving Average Convergence Divergence)

อินดิเคเตอร์แนวโน้ม/โมเมนตัมที่ใช้ EMA สองเส้นคำนวณ แสดง convergence/divergence ของ moving average

Margin Call (แจ้งเตือนมาร์จิน)

คำเตือนจากโบรกเกอร์เมื่อ margin level ลดต่ำกว่าระดับที่กำหนด ให้เพิ่มเงินทุนหรือปิดสถานะบางส่วน

Margin Level (ระดับมาร์จิน)

อัตราส่วนระหว่าง equity และ used margin เป็นเปอร์เซ็นต์ Margin level ต่ำกว่า 100% หมายถึงสถานะเสี่ยงต่อ stop out

Market Order (คำสั่งตลาด)

คำสั่งซื้อหรือขายที่ดำเนินการทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน เป็นวิธีเข้าหรือออกจากสถานะที่เร็วที่สุด

Marubozu (มารุโบซุ)

แท่งเทียนที่มีตัวแท่งยาวเต็มโดยไม่มีไส้เทียนบนหรือล่าง แสดงการควบคุมอย่างสมบูรณ์ของผู้ซื้อหรือผู้ขาย

Maximum Drawdown (MDD)

การลดลงที่มากที่สุดจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด วัดความเสี่ยงสูงสุดของกลยุทธ์

Micro Lot (ไมโครล็อต)

ขนาดการเทรด 1,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก เท่ากับหนึ่งในร้อยของ standard lot หนึ่ง pip เท่ากับประมาณ $0.10

Mini Lot (มินิล็อต)

ขนาดการเทรด 10,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก เท่ากับหนึ่งในสิบของ standard lot หนึ่ง pip เท่ากับประมาณ $1 สำหรับ EUR/USD

Momentum Indicator

อินดิเคเตอร์ที่วัดความเร็วการเปลี่ยนแปลงราคา ช่วยระบุว่าแนวโน้มกำลังแข็งแกร่งหรืออ่อนแรง

Money Flow Index (MFI)

ออสซิลเลเตอร์ที่รวม volume กับราคาเพื่อวัดแรงซื้อ/ขาย ค่า 0-100 เรียกว่า "RSI ที่มี volume"

Money Management (การบริหารเงินทุน)

ชุดกฎสำหรับบริหารเงินทุนในการเทรด รวมถึง position sizing การตั้ง stop loss และการจำกัดความเสี่ยงต่อเทรด

Morning Star (ดาวรุ่ง)

รูปแบบ 3 แท่งเทียนกลับตัวขาขึ้น: แท่งขาลงยาว + แท่งเล็ก (gap ลง) + แท่งขาขึ้นยาว

Moving Average (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่)

อินดิเคเตอร์ที่คำนวณค่าเฉลี่ยราคาในช่วงเวลาที่กำหนด ใช้ระบุแนวโน้มและแนวรับ/แนวต้านแบบไดนามิก

Multiple Time Frame Analysis

การวิเคราะห์กราฟหลาย time frame พร้อมกัน เช่น ดูทิศทางใน daily แล้วหาจุดเข้าใน 1H

O

On-Balance Volume (OBV)

อินดิเคเตอร์ volume ที่สะสมปริมาณการซื้อขาย บวกเมื่อราคาขึ้น ลบเมื่อราคาลง ใช้ยืนยันแนวโน้ม

One Cancels Other (OCO)

คู่คำสั่งที่เชื่อมกัน เมื่อหนึ่งในสองคำสั่งถูกดำเนินการ อีกคำสั่งจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ

One Triggers Other (OTO)

คำสั่งที่เมื่อดำเนินการแล้วจะสร้างคำสั่งใหม่อัตโนมัติ มักใช้ตั้ง stop loss และ take profit พร้อมกับคำสั่งเข้าตลาด

Order Block

โซนราคาที่สถาบันการเงินใหญ่เคยสะสมคำสั่งซื้อ/ขายจำนวนมาก ใช้ในการวิเคราะห์ Smart Money Concept

Overbought (ซื้อมากเกินไป)

สภาพที่ราคาขึ้นมากจนอินดิเคเตอร์แสดงว่าอาจขึ้นเกินไป RSI เหนือ 70 = overbought

Oversold (ขายมากเกินไป)

สภาพที่ราคาลงมากจนอินดิเคเตอร์แสดงว่าอาจลงเกินไป RSI ต่ำกว่า 30 = oversold

P

Parabolic SAR

อินดิเคเตอร์ที่แสดงจุดกลับตัวของแนวโน้ม SAR ย่อจาก Stop and Reverse แสดงเป็นจุดเหนือ/ใต้ราคา

Pennant (ธงชัย)

รูปแบบต่อเนื่องรูปสามเหลี่ยมเล็กที่เกิดหลังการเคลื่อนไหวรวดเร็ว คล้าย flag แต่เป็นรูปสามเหลี่ยม

Piercing Pattern (เจาะทะลุ)

รูปแบบ 2 แท่งเทียนกลับตัวขาขึ้น: แท่งขาลงยาวตามด้วยแท่งขาขึ้นที่ปิดเหนือจุดกลางของแท่งแรก

Pin Bar

แท่งเทียนที่มีไส้ยาวด้านหนึ่งและตัวแท่งเล็ก รวม hammer, shooting star, doji ที่มีไส้ยาว เป็นสัญญาณ price action

Pip (จุด)

หน่วยเล็กที่สุดของการเคลื่อนไหวราคาในคู่สกุลเงิน สำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ 1 pip เท่ากับ 0.0001 สำหรับคู่ JPY เท่ากับ 0.01

Pipette

หน่วยที่เท่ากับหนึ่งในสิบของ pip แสดงเป็นทศนิยมตำแหน่งที่ห้าสำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ (0.00001) หรือตำแหน่งที่สามสำหรับคู่ JPY (0.001)

Pivot Points (จุดพิวอต)

ระดับราคาทางเทคนิคที่คำนวณจากราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดของวันก่อน ใช้ระบุแนวรับ/แนวต้าน

Point (จุด)

หน่วยของการเปลี่ยนแปลงราคา ในตลาด Forex point มักมีความหมายเดียวกับ pipette หรือ pip ขึ้นอยู่กับบริบท

Position Sizing (การกำหนดขนาดสถานะ)

กระบวนการกำหนดจำนวนล็อตที่จะเทรดในแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดบัญชี ระดับความเสี่ยง และระยะ stop loss

R

Range (กรอบราคา)

ช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวระหว่างแนวรับและแนวต้านที่ชัดเจน ไม่มีแนวโน้มขึ้นหรือลง

Rate of Change (ROC)

อินดิเคเตอร์โมเมนตัมที่วัดเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงราคาจากช่วงก่อนหน้า ROC บวก = ราคาขึ้น ลบ = ราคาลง

Realized P/L (กำไร/ขาดทุนจริง)

กำไรหรือขาดทุนที่รับรู้แล้วจากสถานะที่ปิดไปแล้ว เพิ่มหรือลดยอดคงเหลือในบัญชีทันที

Rectangle (สี่เหลี่ยม)

รูปแบบกราฟที่ราคาเคลื่อนไหวระหว่างแนวรับและแนวต้านแนวนอน สามารถทะลุได้ทั้งขึ้นและลง

Requote (เสนอราคาใหม่)

เมื่อโบรกเกอร์ไม่สามารถ fill คำสั่งที่ราคาที่ร้องขอ จึงเสนอราคาใหม่ให้เทรดเดอร์ยอมรับหรือปฏิเสธ

Reserve Bank of Australia (RBA)

ธนาคารกลางออสเตรเลีย กำหนดอัตราดอกเบี้ย cash rate ส่งผลต่อ AUD

Risk Appetite (ความเต็มใจรับความเสี่ยง)

ระดับความเสี่ยงที่ตลาดหรือเทรดเดอร์ยินดีรับ เมื่อ risk appetite สูง สินทรัพย์เสี่ยงจะได้รับความนิยม

Risk-Off

สภาพตลาดที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ย้ายเงินไปสินทรัพย์ปลอดภัยเช่น USD, JPY, CHF, ทองคำ

Risk-On

สภาพตลาดที่นักลงทุนเต็มใจรับความเสี่ยง ซื้อสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น หุ้น AUD NZD

Risk-Reward Ratio (อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน)

อัตราส่วนระหว่างจำนวนเงินที่เสี่ยงขาดทุนกับกำไรที่คาดหวัง อัตราส่วน 1:2 หมายเสี่ยง $1 เพื่อหวังกำไร $2

Rollover (โรลโอเวอร์)

กระบวนการขยายวันส่งมอบของสถานะ Forex ข้ามคืน ทำให้เกิดการคิดหรือจ่ายดอกเบี้ย (swap)

Rounding Bottom (ก้นกลม)

รูปแบบกลับตัวขาขึ้นระยะยาวรูปตัว U ราคาค่อยๆ ลดลงแล้วค่อยๆ ฟื้นตัว

RSI (Relative Strength Index)

อินดิเคเตอร์โมเมนตัมที่วัดความเร็วและขนาดการเปลี่ยนแปลงราคา ค่า 0-100 เหนือ 70 = overbought ต่ำกว่า 30 = oversold

S

Settlement (การชำระราคา)

กระบวนการส่งมอบสกุลเงินจริงหลังเทรด ในตลาด Forex spot การชำระราคาคือ T+2 (สองวันทำการ)

Shooting Star (ดาวตก)

แท่งเทียนกลับตัวขาลงที่มีตัวแท่งเล็กอยู่ด้านล่างและไส้บนยาว พบที่จุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้น

Simple Moving Average (SMA)

ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของราคาในจำนวนช่วงเวลาที่กำหนด ให้น้ำหนักเท่ากันทุกช่วง SMA 20 = เฉลี่ยราคาปิด 20 แท่ง

Slippage (สลิปเพจ)

ส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดหวังกับราคาที่ได้จริงเมื่อคำสั่งถูกดำเนินการ เกิดจากความผันผวนหรือสภาพคล่องต่ำ

Spinning Top

แท่งเทียนที่มีตัวแท่งเล็กและไส้ทั้งสองยาวใกล้เคียงกัน แสดงความไม่แน่ใจ คล้าย doji แต่มีตัวแท่งใหญ่กว่า

Stochastic Oscillator

อินดิเคเตอร์โมเมนตัมที่เปรียบเทียบราคาปิดกับช่วงราคาสูงต่ำ ค่า 0-100 เหนือ 80 = overbought ต่ำกว่า 20 = oversold

Stop Loss (จุดตัดขาดทุน)

คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวตรงข้ามถึงระดับที่กำหนด เพื่อจำกัดขาดทุนสูงสุด

Stop Order (คำสั่งหยุด)

คำสั่งที่กลายเป็น market order เมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด Buy stop ตั้งสูงกว่าราคาปัจจุบัน Sell stop ตั้งต่ำกว่าราคาปัจจุบัน

Stop Out Level

ระดับ margin level ที่โบรกเกอร์จะเริ่มปิดสถานะอัตโนมัติเพื่อป้องกันยอดคงเหลือติดลบ มักอยู่ที่ 20-50%

Stop-Limit Order

คำสั่งที่รวม stop order กับ limit order เมื่อราคาถึงระดับ stop จะสร้าง limit order แทน market order เพื่อควบคุมราคาที่ได้

Swap (ค่าธรรมเนียมข้ามคืน)

ดอกเบี้ยที่ถูกเรียกเก็บหรือจ่ายสำหรับการถือสถานะข้ามคืน สะท้อนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินทั้งสอง

Symmetrical Triangle (สามเหลี่ยมสมมาตร)

รูปแบบกราฟที่แนวต้านเฉียงลงและแนวรับเฉียงขึ้นบรรจบกัน สามารถทะลุได้ทั้งขึ้นและลง

T

Take Profit (จุดทำกำไร)

คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาถึงเป้าหมายกำไรที่กำหนด ช่วยล็อกกำไรโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ

Three Black Crows (อีกา 3 ตัว)

รูปแบบ 3 แท่งเทียนขาลงต่อเนื่องที่ปิดต่ำลงเรื่อยๆ สัญญาณกลับตัวขาลงที่แรง ตรงข้ามกับ three white soldiers

Three White Soldiers (ทหาร 3 นาย)

รูปแบบ 3 แท่งเทียนขาขึ้นต่อเนื่องที่ปิดสูงขึ้นเรื่อยๆ สัญญาณกลับตัวขาขึ้นที่แรง

Tick (ติ๊ก)

การเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุดที่เป็นไปได้ของสินทรัพย์ ในตลาด Forex tick มักเท่ากับ pipette (0.00001)

Trailing Stop (สต็อปเลื่อนตาม)

คำสั่ง stop loss ที่เลื่อนตามราคาเมื่อเทรดเป็นกำไร ช่วยปกป้องกำไรในขณะที่ปล่อยให้สถานะวิ่งต่อ

Triple Bottom

รูปแบบกลับตัวขาขึ้นที่ราคาทดสอบแนวรับเดิมสามครั้งแล้วไม่ทะลุ แรงกว่า double bottom

Triple Top

รูปแบบกลับตัวขาลงที่ราคาทดสอบแนวต้านเดิมสามครั้งแล้วไม่ผ่าน แรงกว่า double top

Tweezer Bottom

รูปแบบ 2 แท่งเทียนที่มีราคาต่ำสุดเท่ากัน พบที่จุดต่ำสุดของแนวโน้ม เป็นสัญญาณกลับตัวขาขึ้น

Tweezer Top

รูปแบบ 2 แท่งเทียนที่มีราคาสูงสุดเท่ากัน พบที่ยอดแนวโน้ม เป็นสัญญาณกลับตัวขาลง

ทำไมคำศัพท์ Forex จึงสำคัญ

การเทรด Forex มีภาษาเฉพาะของตัวเอง การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Pip (จุด) กับ Pipette หรือเข้าใจว่า มาร์จิน (Margin) เกี่ยวข้องกับ เลเวอเรจ (Leverage) อย่างไร ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและส่งคำสั่งได้อย่างถูกต้อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC Thailand) และธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) กำหนดให้โบรกเกอร์เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส แต่เทรดเดอร์เองต้องเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้เพื่อตัดสินใจอย่างมีข้อมูล

อภิธานศัพท์นี้ครอบคลุมทุกคำศัพท์ที่คุณจะพบในฐานะเทรดเดอร์รายย่อย ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานอย่าง คู่สกุลเงิน (Currency Pair) และ สเปรด (Spread) ไปจนถึงหัวข้อขั้นสูงอย่างอัตรา Swap (ค่าธรรมเนียมข้ามคืน) และ Slippage (สลิปเพจ) แต่ละคำนิยามมีตัวอย่างจริงประกอบเพื่อให้คุณเห็นภาพว่าแนวคิดนั้นใช้จริงในการเทรดอย่างไร

วิธีใช้งานอภิธานศัพท์นี้

คุณสามารถเรียกดูคำศัพท์ตามหมวดหมู่โดยใช้ตัวกรองด้านบน หรือพิมพ์คำศัพท์ที่ต้องการในช่องค้นหาโดยตรง ทุกคำนิยามมีสรุปสั้นบนหน้ารวมและหน้ารายละเอียดพร้อมตัวอย่าง การคำนวณ และลิงก์ไปยังคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อเกี่ยวข้องเราลิงก์ตรงไปยัง เครื่องคำนวณค่า Pip, เครื่องคำนวณขนาดสถานะ, เครื่องคำนวณมาร์จิน และ เครื่องคำนวณกำไร/ขาดทุน เพื่อให้คุณนำไปใช้ได้ทันที

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นเทรด Forex แนะนำให้เริ่มจากหมวดพื้นฐานการเทรด ซึ่งครอบคลุมคำหลักอย่าง ล็อต (Lot), เลเวอเรจ (Leverage), ลอง (Long) และ ชอร์ต (Short) ที่เป็นพื้นฐานของทุกอย่าง จากนั้นไปต่อที่ประเภทคำสั่งเพื่อเข้าใจวิธีการส่งคำสั่ง แล้วศึกษากลไกการเทรดเพื่อเข้าใจรายละเอียดของการดำเนินคำสั่ง

คำศัพท์ Forex สำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้

แนวคิดที่สำคัญที่สุดใน Forex ได้แก่ pip (การเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุด), lot (หน่วยมาตรฐานของขนาดการเทรด), leverage (วิธีที่โบรกเกอร์ให้คุณควบคุมสถานะใหญ่ด้วยเงินฝากน้อย) และ margin (เงินประกันที่ต้องใช้เปิดสถานะ) การเข้าใจ 4 คำนี้และความสัมพันธ์ระหว่างกันคือพื้นฐานของการเทรด Forex สำหรับเทรดเดอร์ไทย โบรกเกอร์ที่ให้บริการในไทยส่วนใหญ่เป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศที่รับเงินฝากเป็นเงินบาท (THB) และรองรับการโอนผ่าน PromptPay คู่มือมือใหม่ ของเราอธิบายแนวคิดเหล่านี้ทีละขั้นตอนหากคุณต้องการเรียนรู้แบบมีโครงสร้าง

นอกเหนือจากพื้นฐาน ประเภทคำสั่งอย่าง Stop Loss (จุดตัดขาดทุน) และ Take Profit (จุดทำกำไร) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารความเสี่ยง ขณะที่คำศัพท์อย่าง rollover และ Swap (ค่าธรรมเนียมข้ามคืน) สำคัญสำหรับผู้ที่ถือสถานะข้ามคืน บันทึกหน้านี้ไว้และกลับมาดูทุกครั้งที่เจอคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย

คำถามที่พบบ่อย

Forex คืออะไร และตลาด Forex ทำงานอย่างไร?
Forex (Foreign Exchange) คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณซื้อขายเกิน $7.5 ล้านล้านต่อวัน เทรดเดอร์ซื้อและขาย{glossaryLink:currency-pair}เช่น EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD เพื่อทำกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ จากวันจันทร์เช้าในเอเชียถึงวันศุกร์เย็นในนิวยอร์ก
เทรด Forex ในไทยผิดกฎหมายไหม?
การเทรด Forex กับโบรกเกอร์ต่างประเทศไม่ได้ถูกห้ามชัดเจนตามกฎหมายไทย แต่ ก.ล.ต. (SEC Thailand) ยังไม่อนุญาตให้โบรกเกอร์ในประเทศเปิดให้บริการ Forex โดยตรง เทรดเดอร์ไทยส่วนใหญ่จึงใช้โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากต่างประเทศ (FCA, ASIC, CySEC) ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลเพื่อความปลอดภัยของเงินทุน
รายได้จาก Forex ต้องเสียภาษีไหม?
ใช่ กำไรจากการเทรด Forex ถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า 5-35% ตามกฎหมายสรรพากรไทย ผู้เทรดควรบันทึกกำไร/ขาดทุนทุกธุรกรรมและยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 ประจำปี กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบเส้นทางเงินผ่านธนาคารได้ ดังนั้นการแจ้งรายได้อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ
เริ่มเทรด Forex ต้องใช้เงินขั้นต่ำกี่บาท?
ขั้นต่ำขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และประเภทบัญชี บัญชีมาตรฐานส่วนใหญ่เริ่มที่ $100-$500 (ประมาณ 3,500-17,500 บาท) บัญชี micro หรือ cent เริ่มได้ที่ $10-$50 แต่สำหรับ{glossaryLink:money-management}ที่ดี แนะนำทุนเริ่มต้นอย่างน้อย 10,000-20,000 บาท เพื่อรองรับ{glossaryLink:drawdown}และใช้ขนาด{glossaryLink:lot}ที่เหมาะสม
มีใครรวยจากการเทรด Forex จริงๆ ไหม?
มีเทรดเดอร์ไทยที่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นส่วนน้อยมาก สถิติจากโบรกเกอร์ที่เปิดเผยข้อมูล (ESMA requirement) แสดงว่า 74-89% ของเทรดเดอร์ retail ขาดทุน ความสำเร็จต้องอาศัย{glossaryLink:risk-reward-ratio}ที่ดี วินัย การจัดการความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด และประสบการณ์ 1-3 ปีขึ้นไป ไม่มีทางลัดในการรวยเร็วจาก Forex
Forex เป็นการพนันหรือการลงทุน?
Forex ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการเก็งกำไรในตลาดการเงินที่มีโครงสร้างชัดเจน ต่างจากการพนันตรงที่มีการวิเคราะห์{glossaryLink:technical-analysis}และ{glossaryLink:fundamental-analysis}ทำให้สามารถคำนวณความน่าจะเป็นได้ อย่างไรก็ตาม หากเทรดโดยไม่มีแผน ไม่ใช้{glossaryLink:stop-loss} หรือใช้{glossaryLink:leverage}สูงเกินไป ก็จะมีผลลัพธ์ไม่ต่างจากการพนัน
เทรดทอง (XAU/USD) กับ Forex ต่างกันอย่างไร?
ทั้งคู่เทรดผ่านโบรกเกอร์ Forex เดียวกัน แต่ทองคำ (XAU/USD) เป็น{glossaryLink:gold-xau}สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความผันผวนสูงและมักเคลื่อนไหวตามความกลัวของตลาด ขณะที่คู่สกุลเงินอย่าง EUR/USD เคลื่อนไหวตามเศรษฐกิจและนโยบาย{glossaryLink:central-bank} ทองคำมี spread กว้างกว่าและมักเคลื่อนไหวแรงกว่า 100 pips ต่อวัน เทรดเดอร์ไทยนิยมเทรดทองเพราะคุ้นเคยกับราคาและมีสภาพคล่องสูงช่วง London-NY
โบรกเกอร์ Forex ไหนดีสำหรับเทรดเดอร์ไทย?
เลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับระดับ Tier-1 (FCA UK, ASIC Australia, CySEC Cyprus) มี{glossaryLink:segregated-accounts}แยกเงินลูกค้า รองรับการฝาก/ถอนเป็นเงินบาท (THB) มีบริการภาษาไทย และ{glossaryLink:spread}ต่ำในคู่หลัก โบรกเกอร์ยอดนิยมในไทยมักมีบัญชี ECN/STP สำหรับ{glossaryLink:scalping}และ support PromptPay/Thai Bank สำหรับการฝาก/ถอน
Leverage เท่าไหร่เหมาะสำหรับมือใหม่?
สำหรับมือใหม่ แนะนำ{glossaryLink:leverage} 1:50 ถึง 1:100 แม้โบรกเกอร์จะเสนอสูงถึง 1:500 หรือ 1:1000 ก็ตาม เลเวอเรจสูงเกินไปทำให้ขาดทุนได้ง่ายจาก{glossaryLink:margin-call} ใช้{marginCalculatorLink}และ{positionCalculatorLink}เพื่อคำนวณมาร์จินและขนาดสถานะให้ความเสี่ยงอยู่ที่ 1-2% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เป้าหมายไม่ใช่เลเวอเรจสูง แต่คือการรักษาเงินทุนระยะยาว
เริ่มเรียนรู้การเทรด Forex ต้องทำอย่างไร?
เริ่มจากเรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานอย่าง {glossaryLink:pip}, {glossaryLink:lot}, {glossaryLink:spread}, {glossaryLink:leverage}, {glossaryLink:margin}, {glossaryLink:stop-loss}, {glossaryLink:take-profit} จากนั้นฝึกใช้บัญชี demo 2-3 เดือนเพื่อทดลองกลยุทธ์โดยไม่เสี่ยงเงินจริง ศึกษา{glossaryLink:technical-analysis}พื้นฐานและ{beginnerGuideLink}ของเรา เริ่มเทรดจริงด้วยทุนน้อยและขนาด micro lot ก่อนเพิ่มเงินทุน